<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>48 ปี 14 ตุลา :   ไปให้ไกลกว่าประชาธิปไตยระบบตัวแทน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ไม่กี่วัน คุณไขแสง สุกใส หนึ่งในสิบสามกบฏเรียกร้องรัฐธรรมนูญในเวลานั้น เอ่ยคำผญาอีสานเปรียบไว้ว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อัศจรรย์ใจกุ้ง &amp;nbsp; &amp;nbsp; สิกุมกินปลาบึกใหญ่
ปลาซิวไฉ่สวบแข่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; หนีไปซ่นอยู่หลืบหิน&amp;rdquo;
(แปลว่า น่าประหลาดใจนัก กุ้งตัวน้อย ไล่งับปลาบึกตัวใหญ่ ปลาซิวตัวเล็กรุกไล่จระเข้ จนต้องหนีไปหลบในหลืบหิน)
ช่างเป็นคำเปรียบเปรยที่ให้ภาพชัดเจนและโดนใจ
อย่างไรก็ตาม การต่อสู้ของนักศึกษาประชาชนในครั้งนั้น ไม่เพียงเรียกร้องรัฐธรรมนูญ และเปิดให้มีการเลือกตั้งเท่านั้น&amp;nbsp;
ปรารถนาของนักศึกษาประชาชน ทุกกลุ่มก้อนที่เข้าร่วมการต่อสู้ยิ่งใหญ่กว่านั้น กล่าวคือเป็นเจตนารมณ์ที่เล็งแลไปสู่สิทธิเสรีภาพ ที่จะร่วมกันกำหนดชะตากรรมบ้านเมืองด้วยตนเอง เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อความเสมอภาค และความเป็นธรรมที่พึงมีพึงได้ โดยที่สิ่งเหล่านี้ถูกกดทับมายาว นานด้วยพันธนาการของระบบเผด็จการ
ปัญหายังอยู่ที่กรอบเกณฑ์ความคิด ซึ่งติดกับดักสำคัญว่า ประชาธิปไตย คือการเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ในโครงสร้างส่วนบน
เรามีรัฐธรรมนูญ ปี 2517 ที่ออกแบบไว้ดีพอสมควร แต่เมื่อ 6 ตุลาคม 2519 ก็ถูกฉีกทิ้งด้วยรัฐประหาร
เรามีรัฐธรรมนูญฉบับในฝัน ปี 2540 ที่มาจาก ส.ส.ร. ซึ่งเลือกตั้งจากประชาชนกำหนดให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง เปิดทางให้แก่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และให้สิทธิเสรีภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง แต่ทำให้นายเงินฉวยใช้วิธีควบรวมพรรคอื่น ซื้อ ส.ว. จำนวนหนึ่ง หว่านโปรยนโยบายประชานิยม กลายเป็นปีศาจตัวใหม่ที่ในเวลาต่อมากลายเป็นระบบที่กัดกินประเทศชาติและประชาชนอย่างไม่เคยพบเห็นมาก่อน
แม้กระทั่งปัจจุบัน ระบบตัวแทนจากการเลือกตั้งก็ไปไม่พ้นอำนาจเงินและระบบอุปถัมภ์ ที่หนักหนาสาหัสยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งเป็นความจำเป็นที่แสดงถึงความชอบธรรมของตัวแทนตามฉันทานุมัติของประชาชน &amp;nbsp;ปัญหาตามมาคือ การทุจริตอันเนื่องมาแต่การถอนทุนคืนจากโครงการต่างๆ ของรัฐที่ไม่ได้ลดลงเลยในระยะเวลาที่ผ่านมา แล้วการรัฐประหารก็ตามมาเป็นวงจรอุบาทว์เหมือนเคย ในขณะที่เกาหลีใต้ นับแต่ความรุนแรงที่กวางจู เมื่อปี 2523 นับถึงบัดนี้ 41 ปีมาแล้ว เกาหลีใต้ไม่หวนคืนสู่เผด็จการอีกเลย
คนไทยและผู้คนทั่วทั้งโลกกำลังตั้งคำถามกับประชาธิปไตยระบบตัวแทนจากการเลือกตั้งว่า เป็นโมเดลที่ลงตัว ใช่หรือไม่ ในเมื่อการเลือกตั้งแบบอย่างคือ สหรัฐอเมริกา ทำให้ได้คนแบบ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่โกหกสับปลับได้เกือบทุกวัน ได้ประธานาธิบดีหลายคนต่อเนื่องกันที่ก่อกรรม &amp;nbsp;ทำเข็ญใช้กำลังเข้าแทรกแซงรุกรานไปทั่วโลกเพื่อผลประโยชน์ตนเอง
แต่โลกกำลังจับตามองว่า สี จิ้นผิง ของจีนเป็นเผด็จการ แต่ไฉนสามารถแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาชีวิตความเป็นอยู่ เอาชนะความล้าหลังจนผงาดขึ้นเป็นประเทศที่รุ่งเรืองอันดับต้นของโลก ผู้นำจีนได้รับการยอมรับนับถือจากประชาคมโลกไม่น้อยไปกว่าประเทศตะวันตกอื่นใด
ในข้อเท็จจริง จีนเรียกระบบของตนเองว่า &amp;ldquo;ประชาธิปไตยรวมศูนย์&amp;rdquo; ไม่ได้ใช้การเลือกตั้งทั่วไปแบบตะวันตก แต่ผู้นำของจีนระดับต่างๆ จะต้องผ่านฉันทานุมัติจากพรรคคอมมิวนิสต์ ระดับซอย หมู่บ้าน อำเภอ มณฑล จนถึงระดับประเทศ ผู้นำจะต้องผ่านการทดสอบจากประชาชนหลายชั้นมากยิ่งกว่าทรัมป์หรือไบเดนด้วยซ้ำ
ในขณะที่ไทยถูกจัดเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดเป็นอันดับสามของโลกรองจากรัสเซียและอินเดีย ไทยมีมหาเศรษฐีที่สะสมโภคทรัพย์ได้ไม่จำกัด สามารถครอบครองที่ดินได้มากกว่า 6 แสนไร่ บางคนเกิน 2 แสนไร่ &amp;nbsp;เศรษฐกิจเสรีนิยมไทยเปรียบเหมือน &amp;ldquo;เสรีของหมาป่าใน ดงลูกแกะ&amp;rdquo; ที่ทุนใหญ่ได้แรงหนุนจากภาครัฐ จนรุกไล่ผู้ประกอบการรายย่อยให้พินาศไปอย่างไร้ขอบเขต ชาวไร่ชาวนา และผู้ใช้แรง ตกที่นั่งรอ &amp;ldquo;เศรษฐกิจไหลริน&amp;rdquo; (Trickle &amp;ndash; Down Effect) เหมือนดังข้าวคอยฝน มาอย่างยาวนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนารมณ์ 14 ตุลา ใช่เพียงให้มีผู้แทนราษฎรผ่านการเลือกตั้งเข้ามาทำหน้าที่เท่านั้น มวลประชาชนเรือนแสนต้องการไปลงบัตรเลือกตั้ง ขณะเดียวกันก็ต้องการพื้นที่พื้นทางแห่งเสรีภาพที่จะขัดแย้ง เดินขบวนและต่อรองกับอำนาจรัฐได้ในนโยบายสาธารณะที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แนวทางของคณะกรรมการปฏิรูปทุกชุดที่เกิดขึ้นนับแต่ชุด คุณอานันท์ ปันยารชุน ชุด นพ.ประเวศ วะสี ต่อเนื่องมาจนถึงกรรมการปฏิรูปในยุค คสช. ล้วนแล้วแต่เสนอทิศทางการปฏิรูปที่ &amp;ldquo;ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน&amp;rdquo; ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ 14 ตุลา ที่ต้องการให้ประชาชน มีอำนาจ กำหนดชะตากรรมของตนเองได้ ขอให้ดูการปฏิรูปตำรวจ และการปฏิรูปการศึกษา ที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนาน เป็นตัวอย่างความเป็นจริงที่เห็นได้ ในวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แน่นอนว่าระบอบประชาธิปไตย ไม่มีมาตรวัดหมุดหมายอันสมบูรณ์ จะไปก๊อปปี้ใครมาก็ไม่ได้ จะไปลอกแบบโมเดลจากประเทศไหนก็ใช่ที่
แต่มีแง่คิดว่า ในวาระอีก 2 ปีก็จะถึงกึ่งศตวรรษ &amp;nbsp;14 ตุลาคม &amp;nbsp;2516 &amp;nbsp;
ประชาธิปไตยระบบตัวแทนที่ต้องมีการเลือกตั้งเป็นความชอบธรรมที่จำเป็น แต่ยังมีกำลังไม่พอที่จะรับมือกับปัญหาสารพันอันหนักหน่วง และสนองตอบต่อความปรารถนาของประชาชนได้ พร้อมๆ กันไปกับการลงบัตรเลือกตั้ง จึงต้องขยายสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนมีอำนาจที่เป็นจริง ด้วยประชาธิปไตยทางตรงที่ทำให้คนไทยทั้งมวลร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศและของตนเองได้อย่างเป็นจริง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. ประสาร มฤคพิทักษ์ เป็นหนึ่งในผู้ประสานงานกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ เป็นคนลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญหมายเลข 1 ใน 100 คน และเป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสาร มฤคพิทักษ์ &amp;nbsp;: &amp;nbsp;pmarukpitak@yahoo.com&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119754</URL_LINK>
                <HASHTAG>48 ปี 14 ตุลา :   ไปให้ไกลกว่าประชาธิปไตยระบบตัวแทน, ประสาร มฤคพิทักษ์  :  pmarukpitak@yahoo.com</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_61681d63dfbaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
